
เบื้องหลังการถ่ายผี เอิ้ก.....
รับปากสมาชิกไว้ว่าจะเล่าเบื้องหลังการถ่ายทำภาพผีเสื้อ ตัวที่แปะอยู่หน้าแรกให้ฟัง ก็ตัวเดียวกันกับที่อยู่ด้านล่างของ คคห.นี้แหละครับ ไม่พูดพร่ำทำเพลง มาดูกันเลยครับ
ภาพนี้ถ่ายจากเขาใหญ่ ช่วงเวลากลางวัน ดวงอาทิตย์อยู่เหนือหัวเลยครับ แต่มองไม่เห็นดวงอาทิตย์นะครับ แต่ว่า เพราะเมฆเต็มท้องฟ้า ส่งผลให้แสงนุ่มเนียนโดยไม่ต้องแต่งเติมใดๆ
สภาพแวดล้อมเป็นชายป่าริมลำธาร มีดอกอะรูมิไร้ขึ้นอยู่กลุ่มนึงราวๆเจ็ดแปดต้น นอกนั้นเป็นต้นไม้เล็กๆ ไม่มีดอก ผมบอกข้อมูลละเอียดแบบนี้ เพราะต้องการชี้ให้เห็นโอกาสในการถ่ายผีเสื้อ สถานการณ์แบบนี้เย็นใจได้เลยว่าถ่ายถ่ายในสวนดอกไม้แน่ เพราะดอกไม้มีอยู่จุดเดียว เราไม่ต้องไปล่ตามผีเสื้อ เค้าจะวนเวียนอยู่ไม่ไกลจากหมู่ดอกไม้นี้หรอก ยืนรอนิ่งๆเดียวก็มาให้ถ่ายถึงปลายเลนส์
อุปสรรคของช็อตนี้ไม่ใช่ผีเสื้อ แต่เป็นน้องทากครับ จะวางเท้าแต่ละก้าวต้องเล็งแล้วเล็งอีก ว่ามีน้องหนูชูคอรออยู่หรือเปล่า ถ่ายได้ช็อตสองช็อตก็ต้องหยุดมาดีดทากออกจากเท้า ทุลักทุเลนาดู
ภาพนี้ใช้เลนส์ 200 มม. เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าใกล้น้องผีมากนัก โดยสามารถอยู่***งออกมาไม่ต่ำกว่าครึ่งเมตร ตั้งMode A เพื่อจะได้ไม่ต้องพะวงเรื่องวัดแสง แค่โฟกัสและจัดองค์ประกอบให้ทันก็บุญโขแล้ว เพราะน้องผีตัวนี้แกไฮเปอร์มาก ไม่เคยอยู่นิ่งเลย ปีกกระพือตลอด โฉบลงมาเกาะโดยไม่ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนขา คือเกาะพอให้ยึดดอกได้ แล้วกระพือปีกพยุงตัวไว้ และย้ายดอกไปเรื่อยๆ
เมื่อซับเจคอยู่ไม่นิ่ง โจทย์ขอช็อตนี้ก็คือต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงๆ เพื่อหยุดการเคลื่อนไหว ดังนั้น จึงต้องเปิดรูรับแสงให้กว้างที่สุดเท่าที่เลนส์จะเปิดได้ กรณีนี้คือ F 4 ลองวัดแสงดูปรากฏว่าถ้าวัดแสงพอดีต้องตั้งความเร็วชัตเตอร์ 1/125 พิจารณาแล้วดูท่าจะไม่เพียงพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหว จึงตั้ง ISO เพิ่มจาก 200 เป็น 400 ทำให้ตั้งความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้นมาอีก 1 stop คือ 1/250 ความเร็วชัตเตอร์ขนาดนี้ยังไม่พอนะครับ ถ้าต้องการเร็วกว่านี้ก็ต้องเร่ง ISO ขึ้นไปอีก แต่ผมเกรง Noise จะเยอะเกินไป จึงขอหยุดแค่นี้ แล้วหาจังหวะที่ผีเสื้อเคลื่อนไหวน้อยที่สุด ช่วงที่เค้าดูดอาหารเพลินๆ การเคลื่อนไหวจะช้าลงไปเยอะ เราก็รอกดจังหวะนั้นแหละ
แต่ต้องรู้ใจกล้องตัวเองนะครับ เพราะกล้องระดับที่เราๆท่านๆใช้กันอยู่นี่ ตอบสนองได้ไม่ทันใจเด็กแนวหรอก เมื่อกดชัตเตอร์ลงไปกล้องจะบิดขี้เกียจเล็กน้อย(ประมาณเสี้ยววินาที) ก่อนจะลั่นชัตเตอร์ตามคำสั่งพลังดัชนีสายฟ้าของเรา ดังนั้นเราต้องเดาล่วงหน้าว่าน้องผีเขาจะกระพือปีกแบบไหน จังหวะไหนปีกจะขยับน้อยที่สุด เคล็ดไม่ลับก็คือ จังหวะที่ปีกขึ้นสุดหรือลงสุด ซึ่งเป็นจังหวะที่ปีกจะเคลื่อนกลับนั่นแหละครับเป็นเสี้ยววินาทีทอง ทีนี้ก็มาเล่นเกมกิจกรรมเข้าจังหวะกัน กดชัตเตอร์ล่วงหน้า กะให้กล้องทำงานพอดีกับจังหวะที่ปีกเคลื่อนไหวน้อยที่สุด ลองหลายๆครั้งเดี๋ยวก็รู้ใจกันครับ ถ่ายภาพจะทันเหตุการณ์ณ์ กล้องกับคนต้องเป็นหนึ่ง
ทีนี้กลับมาถึงเรื่องแสงกันอีกนิดครับ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของปีกผีเสื้อมีสีเข้มมาก ถ้าถ่ายมาตามปกตอ ปีกมักขาดรายละเอียด จึงต้องเติมแฟลชครับ เรียกว่า Fill in แสงหลักยังเป็นแสงธรรมชาติ แสงแฟลชใช้เพื่อเปิดรายละเอียดเท่านั้น ดังนั้นจึงตั้งชดเชยแสงแฟลชให้อันเดอร์สัก 1 stop เป็นอันจบพิธี คราวนี้ก็กดๆๆ...แล้วก็กดเข้าไปครับ
Tip
1. อย่าถ่ายกระชับมาก เพราะผีเสื้อไม่ค่อยอยู่นิ่ง จะทำให้หลุดเฟรมบ่อย หรือไม่องค์ประกอบก็เพี้ยนไปจากที่เราต้องการ ถ้าถ่ายกว้างไว้สักเล็กน้อย แล้วมาครอปบางส่วนออก จะมีโอกาสได้ภาพมากกว่าถ่ายกระชับแบบเป๊ะๆ
2. ยืนนิ่งๆเข้าไว้เดี๋ยวน้องผีเค้าจะวางใจ เข้ามาใกล้เองแหละ แหล่งอาหารอยู่ตรงนั้นเค้าไปไหนไม่พ้นหรอก ตัวที่ผมถ่ายนี่เข้ามาใกล้จนเราเองต้องเลยหละ ไม่งั้นล้นเฟรม
3. อย่าลืมคุมฉากหลัง หามุมที่ฉากหลังอยู่***งออกไปมากๆ เพื่อให้เบลอมากพอที่จะไม่กวนสายตา
4. อย่าลืมสูตรสำเร็จของการถ่ายผีเสื้อ เช่น โฟกัสที่ตา ถ่ายให้ผีเสื้อขนานกับระนาบฟิล์ม ฯลฯ ดูในทู้เก่าเรื่องผีเสื้อได้ครับ
ภาคแรกที่นี่
http://www.lokbailek.com/board/viewtopic.php?t=186
ภาค 2 ที่นี่
http://www.lokbailek.com/board/viewtopic.php?t=199